http://www.thepbodint.ac.th/news/images/82. : โรงเรียนเทพบดินทร์วิทยาเชียงใหม่
Untitled Document
 
เรื่อง สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด
โดย อ.ปิ่นประภา วงศ์ขันธ์ (ฝ่ายข้อมูลสารสนเทศ)





สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด


หลายคนหลงรักสโนไวท์เพราะเธอเป็นตัวแทนของความอ่อนหวาน ความนิ่มนวลและความดีงาม บุคลิกลักษณะที่อ่อนหวาน มีสเน่ห์ ใจดี พูดจาไพเราะ โรแมนติก และช่างดูแลเอาใจใส่คน อื่นนี้เอง จึงทำให้เธอชนะใจคนทั้งโลกมาตลอด และคงจะตลอดไป ตราบนานเท่านานนะคะ.... ขอเริ่มเรื่องเลยแล้วกัน เรื่องมันเกิดขึ้นมาในกาลครั้งหนึ่ง ซึ่งได้มีพระราชาและพระราชินีผู้ครอง นครที่ยิ่งใหญ่ และสวยงามมากแห่งหนึ่ง พระราชากับพระราชินีคู่นี้ทรงอภิเษกสมรส และครอง บัลลังค์อยู่ร่วมกันมานาน แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีพระราชโอรสหรือพระราชธิดากำเนิดมาให้เป็นที่ ชื่นชมเลยสักองค์เดียว พระองค์ทั้งสองจึงได้แต่เฝ้าและหันหน้ามาอ้อนวอนขอบุตรเอาจากพระผู้เป็นเจ้า อยู่ไม่เว้นในแต่ละวันเลยทีเดียว วันหนึ่งพระราชินีทรงทอดพระเนตรหิมะสีขาวอันบริสุทธิที่ตก พร่างพรายลงมาอย่างทรงพึงพอพระทัยในความงดงาม จนพระองค์ทรงอดที่จะรำพึงออกมาเสีย มิได้ว่า " ถ้าฉันยังมีบุญหลงเหลืออยู่แล้วละก็ ฉันอยากได้ลูกสาวที่มีผิวขาวสะอาดดังหิมะขาวที่ กำลังตกอยู่นี่ ริมฝีปากก็ขอให้มีสีแดงเหมือนดังชาดแต้ม เรือนผมนั้นหรือก็ขอให้มีสีที่ดำขลับ สลวยเหมือนเส้นไหม ไว้เชยชมสักคนเหลือเกิน..ได้โปรดเถิดพระผู้เป็นเจ้า...."


แล้วหลังจากนั้นต่อมาไม่นาน พระราชินีก็ทรงให้กำเนิดพระธิดาขึ้นมาจริง ๆ สมตามความปรารถนา และคำอธิฐานของพระองค์ ด้วยพระธิดาองค์น้อยนั้นช่างสวยงามน่ารัก ผิวมีสีขาวดังหิมะ ขาวก็ไม่ปาน ริมฝีปากนั้นหรือก็มีสีแดงเปรียบเหมือนดังชาดแต้มเอาไว้ไม่มีผิด เรือนผมก็สลวยสี ดำขลับเป็นมันเหมือนเส้นไหม ทั้งสองพระองค์ให้ทรงปิติยินดีเป็นอย่างมาก และทรงถนอมกล่อมเกลี้ยง เลี้ยงดูพระธิดาองค์น้อยอย่างดีที่สุดเท่าที่พระองค์ทั้งสองจะทำได้เลยทีเดียว แต่ความสุขที่ได้เกิดขึ้นนี้ นั้นก็ดูเหมือนจะดำเนินต่อไปได้ไม่นาน เพราะพระราชินีนั้นได้ทรงประชวรด้วยโรคร้ายลงอย่างกระทัน หัน และได้ทรงสิ้นพระชนลงไปในเวลาไม่นานหลังจากนั้น.....


ครั้งแรก พระราชาตั้งใจว่า เมื่อสิ้นพระราชินีคู่ใจคู่บัลลังก์ไปเสียแล้ว พระองค์จะไม่ทรง อภิเษกสมรสใหม่อย่างแน่นอน แต่นานวันเข้า ความเหงาบวกกับพระองค์ต้องการให้พระธิดาองค์น้อย ของพระองค์ผู้มีนามว่า สโนไวท์ ได้มีพระมารดาเลี้ยงเพื่อช่วยพระองค์ดูแลอบรมสั่งสอน พระองค์จึงตัดสินใจอภิเษกสมรสกับหญิงสาวแสนสวยนางหนึ่ง ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนางเป็นแม่มดที่ใจร้าย ปลอมตัวมา เพราะนางต้องการครอบครองเมืองที่สวยงามแห่งนี้เป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว


นางแม่มดผู้นี้มีนิสัยเสียอย่างมากอยู่อย่างหนึ่งคือเป็นผู้ที่หลงไหลในความงามของตนเอง อย่างไม่ลืมหูลืมตาเสียด้วย นางจะมีกระจกวิเศษที่นางมักจะไปส่องเพื่อชื่นชมความงามของตัวนาง เองอยู่เสมอ โดยนางจะตั้งคำถามกับกระจกวิเศษบานนั้นว่า" โอ...กระจกวิเศษ บอกข้า เถิด ใครงามเลิศในปฐพี " และทุกครั้งกระจกวิเศษก็จะตอบว่า " ผู้งามเลิศในปฐพีนี้ก็มีเพียง ท่านคนเดียว " และคำตอบก็จะเป็นเช่นนี้เรื่อยมาตลอดนำความพึงพอใจมาให้นางแม่มด เป็นยิ่งนัก....


จวบจนเจ้าหญิงสโนไวท์เติบโตขึ้น และเป็นสาวสะคราญร่างอรชร ใบหน้าหวานละมุน ดวงตากลม โต ริมฝีปากสีสดดังอย่างกับทาชาดแต้มไว้ไม่มีผิด เรือนผมนั้นหรือก็เป็นมันเงางามยาว สลวย และตั้งแต่บัดนั้นมาคำตอบในกระจกก็ดูเหมือนจะเริ่มเปลี่ยนไป" โอ...กระจก วิเศษ บอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี " กระจกวิเศษจะนิ่งเหมือนสำรวจความงามของหญิง ทั่วหล้า ก่อนที่จะตอบนางแม่มดว่า " โอ ผู้งามเลิศกว่าหญิงใดในปฐพี ก็เห็นมีแต่สโนไวท์เท่านั้น " เท่านั้นเอง....ความโกรธ และความเกลียด ที่สั่งสมมานมนานเปรียบตั้งแต่นางได้เข้ามาอยู่ใน ฐานะพระมารดาเลี้ยงก็ลุกโชนขึ้น คราวนี้มันถูกอาบเพิ่มขึ้นด้วยความอิจฉาริษยาในความงามของ พระธิดาสโนไวท์ จนสุดที่จะมีอะไรจะมาระงับมันไว้ได้อีกเสียแล้ว....


" อะไรนะจะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไง ! มันงามเลิศเหนือข้าอีกหรือนี่ ! " นางแม่มดให้เป็นคิดเคียด คิดแค้นใจจนไม่เป็นทำอะไรเลยทีเดียว...ดังนั้น นางแม่มดจึงออกคำสั่งให้คนของตนปลอมตัวเป็น นายพรานป่าอาสาพาพระธิดาโฉมงามประพาสป่าแล้วให้จัดการฆ่าทิ้งเสีย " แล้วเอาหัวใจของมันมา ให้ข้าด้วย " นางแม่มดสั่งสับทับด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียมสยดสยองน่ากลัวมากเสียด้วย หากแต่...


นายพรานป่าผู้รับคำสั่งนั้นยังมีคุณธรรมค้ำใจของเขาอยู่บ้างไม่ได้ฆ่าสโนไวท์ทิ้งเสีย ด้วยความสงสาร เขาคิดว่า " นางเป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็ก ๆ ที่มิอาจช่วยเหลือตัวเองได้ นางคงไม่มีความสามารถ ที่จะกลับเข้าไปในเมืองได้อีกหรอก " เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงปล่อยสโนไวท์ไป พร้อมทั้งกับได้บอกกำชับ อีกด้วยว่า " จงหนีไปให้ไกล ๆ นะ พระเจ้าข้า เพื่อชีวิตของพระองค์เอง " จากนั้นเขาจึงจัดการฆ่า กระต่ายป่าตัวหนึ่งที่บังเอิญโชคร้ายผ่านเข้ามาในวิถีธนูของเขา แล้วควักเอาหัวใจกระต่ายตัวนั้นไป ให้นางแม่มดแทน


สโนไวท์ต้องเดินสะเปะสะปะอยู่ท่ามกลางป่าใหญ่ด้วยความหวาดหวั่น หวาดกลัวเพราะป่าแห่งนี้เต็มไป ด้วยสัตว์ร้ายนานาชนิด เพียงได้ยินเสียงชะนีป่ากู่ร้องหาลูกหาผัวของมันเพียงเท่านั้น ร่างบาง ๆ ก็ไหว ยะเยือก เพียงลมพัดกรูเกรียวก็คลับคล้ายลมหายใจของสัตว์ร้ายที่หมายจะขย้ำร่างปวกเปียกที่เดียว ดายอยู่กลางป่าอย่างน่าสงสารจับใจ แต่ถึงกระนั้นแม้ว่าจะกลัวจนสุดชีวิต แม้จะสงสารตัวเองมาก สักเพียงใดก็ตาม สโนไวท์ก็แค่แต่น้ำตาซึมในโชคชะตาของตนเท่านั้น เธอไม่หลั่งน้ำตาให้ความโชค ร้ายครั้งนี้ ด้วยวิสัยของขัตติยานีทำให้เธอต้องยืดพระวรกายให้ตั้งตรงแล้วเดินหน้าต่อไปสโนไวท์คิด ว่า " ชีวิตของฉัน จะไม่จบสิ้นลงง่าย ๆ ในป่านี้หรอกน่า "


และก็ดูเหมือนว่าโชคของเธอยังจะดีอยู่มาก เมื่อเธอบังเอิญไปเจอบ้านหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่งเข้า ทุก อย่างที่อยู่ในบ้านหลังนั้นดูเหมือนจะเล็กเกินไปสำหรับเธอเสียสิ้น ทั้งข้าวของ เครื่องใช้ภายในบ้าน ทั้งโต๊ะอาหารที่ทำจากไม้สักสวยงามกลางห้อง ทั้งเตียงเจ็ดหลัง ซึ่งตั้งเรียงกันอยู่ในส่วนของห้องนอน ก็ดูเล็กเกินกว่าที่เธอจะใช้นอนได้ เธอจึงตัดสินใจนำเตียงทั้งเจ็ดหลังมาต่อเรียงติดกันเป็นทางยาวแล้ว ล้มตัวลงนอนลงไปที่เตียงทั้งเจ็ดตัวนั้น และด้วยความเหนื่อยจากการเดินทางบวกกับความหิว ไม่นานสโนไวท์ก็ผลอยหลับไป




หน้า 1   หน้า 2   หน้า 3

แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์


ที่มาจาก :  http://sukumal.net/i_story/shirayukihime/yukihime01.html