Untitled Document
 
 
 

ปีที่ 21 ฉบับที่ 37/2553

ปีที่ 20 ฉบับที่ 36/2553

ปีที่ 19 ฉบับที่ 35/2552

ปีที่ 18 ฉบับที่ 34/2552

ปีที่ 18 ฉบับที่ 33/2551

ปีที่17 ฉบับที่ 32/2551

ปีที่17 ฉบับที่ 31/2550

ปีที่ 16 ฉบับที่ 30/2550

ปีที่ 15 ฉบับที่ 29/2549

ปีที่ 15 ฉบับที่ 28/2549

 



 

   ฝ่ายคอมพิวเตอร์
   วิทยาศาสตร์
   สุขศึกษา และ พลศึกษา
   ภาษาไทย
   ภาษาอังกฤษ
   สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
   การงานอาชีพและเทคโนโลยี
   ศิลปศึกษา
   คณิตศาสตร์
   เรื่องน่ารู้
   นิทานออนไลน์
   หนังสือน่าอ่าน
   e-Book สำนักเทคโนโลยี เพื่อการเรียนฯ

 
 
 
 
Untitled Document
 กระทรวงศึกษาธิการ
 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
 สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (คุรุสภา)
 สำนักงานรับรองมาตรฐานการศึกษา
 สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ
 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1
 สมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดเชียงใหม่


 
 

 

 
 
 
Untitled Document ส่วนที่ 2 การดำเนินการประกันคุณภาพภายใน

                                                                      ส่วนที่ 2
                                                      การดำเนินการประกันคุณภาพภายใน

          พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 48 กำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพกายในสถานศึกษา โดยมีการจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเปิดเผยต่อสาธารณชน

          การประกันคุณภาพภายในที่ดำเนินการในปัจจุบันได้พัฒนาบนฐานความคิดการศึกษาในระบบซึ่งจัดแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาระดับอุดมศึกษา ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีรายละเอียดของการประกันคุณภาพภายในของแต่ละระดับการศึกษาดังต่อไปนี้

          1. การดำเนินการประกันคุณภาพภายในของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดคือกระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลัก หน่วยงานอื่นประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร และสำนักงานบริหารการศึกษาท้องถิ่น สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
               1.1 ระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
                     เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ    พ.ศ. 2542 ที่มุ่งเน้นการกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานดังระบุไว้ในมาตรา 9 (2) ว่า "...(2) มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น..." กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2544 เรื่อง ระบบหลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและปฐมวัย รวมทั้งได้มีการยกร่างกฎกระทรวงกำหนดระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ...(ภาคผนวก 1.1 และ 1.2) โดยกำหนดองค์ประกอบ 8 ข้อ ดังนี้
                     (1) การจัดระบบบริหารและสารสนเทศ
                     (2) การพัฒนามาตรฐานการศึกษา
                     (3) การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
                     (4) การดำเนินงานตามแผนพัฒนา
                     (5) การตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา
                     (6) การประเมินคุณภาพการศึกษา
                     (7) การรายงานคุณภาพการศึกษาประจำปี
                     (8) การผดุงระบบการประกันคุณภาพ
                     กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดระดับจังหวัดดำเนินการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพสถานศึกษาอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกสามปีรวมถึงให้หน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานต้นสังกัดระดับจังหวัด จัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ในวิชาแกนหลักและคุณลักษณะที่สำคัญด้วยเครื่องมือมาตรฐาน

                     กระทรวงศึกษาธิการยังได้ออกประกาศระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2544 (ภาคผนวก 2) กำหนดให้มี "คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา" อยู่ภายใต้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา มีหน้าที่ 9 ประการ หน้าที่ที่สัมพันธ์กับการประกันคุณภาพการศึกษา คือหน้าที่ติดตามผลการเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคล ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานของครูและการบริหารหลักสูตร ใช้ผลเพื่อการพัฒนาและรายงานผลต่อผู้เกี่ยวข้องและสาธารณชน
                      ในส่วนของการเตรียมความพร้อมเพื่อการประเมินภายนอกของกระทรวงศึกษาธิการ รับมาตรฐานการศึกษา ที่จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (สกศ.) มาใช้เป็นกรอบการวางแผนเพื่อรับการประเมินภายนอกที่จะประเมินโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ประกอบด้วย 7 มาตรฐานด้านผู้เรียน 3 มาตรฐานด้านกระบวนการ 4 มาตรฐานด้านปัจจัย รวม 14 มาตรฐาน 53 ตัวบ่งชี้ ในช่วง 5 ปีแรกของการประเมินซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการในคราวประชุมเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2543

               1.2 ความก้าวหน้าของการประกันคุณภาพภายใน
                     จากการศึกษาเอกสารรายงานที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กรมสามัญศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนกรมอาชีวศึกษา และกรการศึกษานอกโรงเรียน ในบรรดาหน่วยงานต่างๆ ดังกล่าวกรมวิชาการมีบทบาทในลักษณะเป็นหน่วยงานกลาง ในการดำเนินการศึกษาและพัฒนาระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่วนหน่วยงานที่เหลือซึ่งมีสถานศึกษาในสังกัด เป็นผู้กำหนดวัตถุประสงค์แนวดำเนินการ และขั้นตอนรายละเอียดต่างๆ ของตนเอง โดยยึดกรอบหลักเกณฑ์ 8 องค์ประกอบตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 26 พฤศจิการยน 2544 และดำเนินการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาด้วยกระบวนการ P D C A คือ Plan = วางแผน ; Do = ปฏิบัติตาแผน ; Check = ติดตามสอบประเมิน และ Act = ปรับปรุงพัฒนาโดยรายละเอียดของขั้นตอนการดำเนินงานของสถานศึกษาในแต่ละสังกัดอาจมีลักษณะแตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบกับระบบที่กรมวิชาการ 

               1.3 ปัญหาและอุปสรรค
                     หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธการที่มีสถานศึกษาในสังกัดมีปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญในการพัฒนาระบบ และดำเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ดังนี้
                     (1) งบประมาณในการส่งเสริมให้สถานศึกษาในสังกัดพัฒนาระบบและดำเนินการพัฒนาคุณภาพภายในมีจำกัด
                     (2) ความเข้าใจและความร่วมมือของบุคลากรต่อการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษายังเข้าใจไตรงกันและยังไม่ให้ความร่วมมืออย่างเพียงพอ
                     (3) การฝึกอบรมครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาระบบคุณภาพภายในและเตรียมรับกับการประกันคุณภาพภายนอกยังไม่ครอบคลุมและกว้างขวางเพียงพอ
                     (4) กระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน และนักเรียนยังมิได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรมเพียงพอ
                     (5) การสร้างเครือข่ายสถานศึกษาขนาดเล็กหรือสถานศึกษาที่อยู่ห่างไกล เพื่อให้สามารถเตรียมความพร้อมร่วมกัน ใช้ทรัพยากรร่วมกัน ยังมิได้รับการสนับสนุนส่งเสริมอย่างเพียงพอ
                     (6) การประสานงานของหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการยังไม่เชื่อมโยงเพียงพอ เป็นการประสานงานเพียงเป็นพิธีเท่านั้น ดังจะเห็นได้จากการกำหนดระบบ หลักเกณฑ์ วิธีการประกันคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกำหนดมาตรฐานและตัวบ่งชี้ของแต่ล่ะหน่วยงาน มีปัญหาในด้านเอกภาพและเอกลักษณะที่จะต้องมีการปรับให้เชื่อมโยงและสอดรับกันมากยิ่งขึ้น
                     (7) การผดุงรักษาและการขยายผลระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ยังมีประสิทธิภาพไม่เด่นชัด
                     (8) การประกันคุณภาพภายในของการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการอยู่ ให้ความสำคัญและการสนับสนุนเฉพาะสถานศึกษาในสังกัด ยังมิได้ครอบคลุมหรือเชื่อมโยงกับสถานศึกษาในสังกัดอื่น เช่น กรุงเทพมหานคร และสำนักงานบริหารการศึกษาท้องถิ่น เท่าที่ควร
                     (9) การนำผลการประกันคุณภาพภายในไปใช้และการเผยแพร่ผลเปิดเผยต่อสาธารณชน ยังกระทำจำกัดและไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม

          2. การดำเนินการประกันคุณภาพในของการศึกษาระดับอุดมศึกษา
               2.1 การจัดกรอบแนวทางการประกันคุณภาพภายในโดยหน่วยงานต้นสังกัด
                     (1) สถาบันอุดมศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏเป็นหน่วยงานจัดกรอบแนวทางการประกันคุณภาพภายในและตัวบ่งชี้คุณภาพให้แก่สถาบันราชภัฏทุกแห่ง ส่วนสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลเป็นหน่วยงานกลางจัดกรอบแนวทางการประกันคุณภาพภายใน และตัวบ่งชี้คุณภาพให้แก่วิทยาเขต /คณะ/ หน่วยงาน
                     (2) สถาบันอุดมศึกษาสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ตามร่างประกาศและกฏทบวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษาของทบวงมหาวิทยาลัยได้กำหนดให้มีคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษา (ค.ป.ภ.) เพื่อจัดกรอบแนวทางการประกันคุณภาพภายในเป็นแกนร่วม และให้แต่ละมหาวิทยาลัยได้มีอิสระในการสร้างและพัฒนาตัวบ่งชี้คุณภาพได้เองตามเอกลักษณ์ของตน
                     (3) ความเป็นสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดของแต่ละแห่งได้กำหนดระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะวิชา/สถาบันอุดมศึกษาบนพื้นฐานความเป็นสถาบันอุดมศึกษา จึงทำให้เกิดองค์ประกอบด้านคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่เป็นแกนร่วมขึ้นเป็นจำนวน 9 องค์ประกอบ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการควบคุม การตรวจสอบ และการประเมินคุณภาพการศึกษาสอดรับกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ด้านความเป็นเอกภาพและมาตรฐาน
                           - ปรัชญา พันธกิจ วัตถุประสงค์และแผน
                           - การเรียนการสอน
                           - การพัฒนานักศึกษา/กิจกรรมพัฒนานิสิตนักศึกษา
                           - การวิจัย
                           - การบริการทางวิชาการสู่ท้องถิ่นและสังคม
                           - การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
                           - การบริหารจัดการ
                           - การเงินและงบประมาณ
                           - การประกันคุณภาพ

               2.2 การพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายในของสถาบัน
                     (1) ยึดหลักการ "ความเป็นอิสระและเสรีภาพทางวิชาการ" การพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของแต่ละสถาบันอุดมศึกษา ได้ยึดหลักการความเป็นอิสระในการดำเนินการของสถาบันอุดมศึกษา (institutional autonomy) และเสรีภาพทางวิชาการ (academic freedom) เพื่อความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินการ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ต้องการมุ่งสร้างความเป็นเอกลักษณ์ และสู่ความหลากหลายในที่สุดเพราะมีความเป็นอิสระเป็นฐานสนับสนุน
                     (2) สร้างความเป็นเอกลักษณ์และหลากหลายตามภารกิจ สถาบันการศึกษาอุดมศึกษาทั้งสองสังกัดได้นำองค์ประกอบด้านคุณภาพการศึกษาจำนวน 9 องค์ประกอบเป็นฐานความคิด และสร้างความหลากหลายโดยการแตกแขนงความคิดตามความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละสถาบัน ดังสะท้อนให้เห็นได้จากการสร้างตัวบ่งชี้คุณภาพที่แตกต่างกันด้วยจำนวนและคุณลักษณะของตัวบ่งชี้ ดังนี้
                           * สถาบันราชภัฏ ได้สร้างและพัฒนาตัวบ่งชี้คุณภาพ 45 ตัวบ่งชี้
                           * สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ได้สร้างและพัฒนาตัวบ่งชี้ รวมกับ ISO 9000 จำนวน 70 ตัวบ่งชี้
                           * มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ได้สร้างและพัฒนาตัวบ่งชี้คุณภาพ 45 ตัวบ่งชี้

               2.3 ปัญหาและอุปสรรค
                     จากการวิเคราะห์พบว่าสถาบันอุดมศึกษาส่วนใหญ่เผชิญปัญหาและอุปสรรคในลักษณะเดียวกัน ได้แก่
                      (1) ขาดความเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายปฏิบัติการในด้านการสื่อสาร และขาดนโยบายที่ชัดเจนและสอดรับในทุกระดับ
                      (2) การจัดตั้งหน่วยงานประกันคุณภาพการศึกษา มีเพียงสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลแห่งเดียวที่ไม่สามารถจัดตั้งหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการประกันคุณภาพการศึกษาได้เนื่องจากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลมีหลายวิทยาเขตและไม่มีสำนักงานกลาง แต่กระนั้นทั้งสถาบันราชภัฏ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยยังขาดแคลนบุคลากรด้านนี้อยู่เช่นกัน
                       (3) คณาจารย์ไม่ได้ให้ความร่วมมือ ไม่ให้ความสำคัญต่องานประกันคุณภาพการศึกษาเท่าที่ควร และขาดการสื่อสารระหว่างกัน
                       (4) งบประมาณไม่เพียงพอในการจัดทำฐานข้อมูลประกันคุณภาพการศึกษา
                       (5) ขาดระบบข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยที่เชื่อมโยงระดับต่างๆ ได้
                       (6) ขาดการประเมินภาพรวมและประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา
                       (7) การนำผลการประกันคุณภาพภายในไปใช้ทั้งระดับสถาบันและหน่วยต้นสังกัด ยังจำกัด รวมทั้งการเผยแพร่ผลการประกันคุณภาพต่อสาธารณชน ยังมิได้กระทำอย่างเป็นรูปธรรม